แมนฯ ซิตี้ เตรียมเข้าแถวปรบมือให้เกียรติ “หงส์แดง” ฐานะแชมป์คืนนี้

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวังนำทีมเอาชนะลิเวอร์พูล คืนนี้ พร้อมให้นักเตะเข้าแถวปรบมือให้เกียรตินักเตะ “หงส์แดง” ในฐานะแชมป์ก่อนลงสนาม

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้กล่าวถึงเกมที่จะเปิดสนามเอติฮัด ต้อนรับแชมป์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เวลา 02.15 น.คืนนี้ว่า แม้ว่าทีมจะชวดแชมป์ไปแล้ว แต่เกมนี้ถือว่าเป็นเกมศักดิ์ศรี และเขาจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการเล่นเป็นมืออาชีพเป็นอย่างไร แต่ก็ยินดีกับลิเวอร์พูล ที่คว้าแชมป์และชื่นชม เจอร์เกน คลอปป์ ในวิธีการทำทีมตั้งแต่สมัยอยู่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเขาเป็นคนที่มีศักยภาพในการสร้างนักเตะ และวิธีการเล่นต่างๆ ที่ถือว่ายอดเยี่ยม เป๊ป ยังกล่าวว่า นักเตะแมนฯ ซิตี้ จะยืนปรบมือเป็นเกียรติให้กับนักเตะลิเวอร์พูลก่อนลงสนามด้วย

ส่วนสภาพทีม เป๊ป ยังไม่มีแฟร์นันดินโญ ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง เซร์คิโอ อเกวโร ที่เจ็บเข่าและต้องพักยาว ส่วนเอริค การ์เซีย ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ยังต้องรอดูอาการ ซึ่งเป๊ปจะมีการปรับทัพพอสมควร แกนหลักบางรายที่เป็นสำรองในเกมล่าสุด อย่าง เอแดร์ซอน โมราเอส, โรดรี เอร์นานเดซ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงตามปกติ เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ยังจะใช้ ระบบ 4-3-3 โดยวาง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง เป็น 3 ประสานในแนวรุก

ด้านฝั่งทีมเยือน เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กล่าวถึงคำถาม ที่นักข่าวถามว่าเขารู้สึกอย่างไร เมื่อนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทีมแมนฯ ซิตี้ จะยืนปรบมือเป็นเกียรติ ในฐานะทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อนลงสนามโดยคลอปป์ ตอบว่า ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เขาขอโฟกัสไปที่เกมมากกว่า แม้ว่าทีมจะได้แชมป์ไปแล้ว แต่จะเล่นเต็มที่ และต้องการที่บุกไปชนะแมนฯ ซิตี้ด้วย เพื่อจะทำคะแนนให้ถึง 100 แต้มจาก 7 เกมที่เหลือตอนนี้มี 86 คะแนน

โดยคลอปป์ ยังฝากถึงแฟนบอล “เดอะค็อป” ว่า ขอให้แฟนบอลอยู่ที่บ้านและอย่าออกมาเฉลิมฉลองนอกบ้าน ซึ่งเขาไม่อยากให้แฟนบอลต้องมาติดเชื้อโควิด-19 เหมือนที่เลสเตอร์

สำหรับเกมนี้ คลอปป์ ต้องรอดูความพร้อมของเจมส์ มิลเนอร์ ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนโฌแอล มาติป ที่เจ็บเท้า และ เซอร์ดาน ชาคิรี เจ็บน่อง ส่วนตัวคนอื่นๆ ก็พร้อมลงสนาม

โดยเฉพาะโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่หวังจะเป็นดาวซัลโว หรือ “รองเท้าทองคำ” หลังจากยิงไปแล้ว 17 ประตูในพรีเมียร์ลีก ตามหลัง เจมี วาร์ดี้ ของเลสเตอร์ ซิตี้ กับ เอเมอริค โอบาเมยอง ของอาร์เซนอล เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น หลังจากที่เขาเคยทำได้มาแล้วในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เกมนี้ คลอปป์ จะยึดระบบ 4-3-3 3 ประสานแนวรุกจะวาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน, ซาดิโอ มาเน โดยมี ทาคูมิ มินามิโนะ รอสอดแทรก

สำหรับสถิติแมนฯ ซิตี้ กับลิเวอร์พูล พบกันในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้งหมด 167 ครั้ง แมนฯ ซิตี้ ชนะ 45, ลิเวอร์พูล ชนะ 80 เสมอ 42