ท่องเที่ยวเมียนมา พิชิต มุลาอิ แรงศรัทธาท่ามกลางขุนเขา

ท่องเที่ยวเมียนมา พิชิต มุลาอิ แรงศรัทธาท่ามกลางขุนเขา พาไปเยือนขุนเขาแห่งศรัทธา “มุลาอิ” สถานที่สำคัญทางศาสนาพุทธ ตั้งอยู่ในเขตปกครองกะเหรี่ยง DKBA สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สักการะพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าและถือศีลกินเจ

“มุลาอิ” ในเขตปกครองตนเองกะเหรี่ยงพุทธ DKBA จังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ชื่อนี้อาจฟังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนัก แต่ถ้าคุณเป็นนักแสวงบุญที่หลงใหลธรรมชาติของการเดินป่าและขุนเขา อาจจะต้องเริ่มทำความรู้จักที่นี่ให้มากขึ้นแล้วล่ะ เพราะดินแดนแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักแสวงบุญทั้งชาวพม่าและชาวไทย เดินทางไปสัมผัสกับดินแดนแห่งนี้ พร้อม ๆ กับนำเรื่องราวที่ได้พบเจอมาเล่าให้เราได้รู้กัน เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลา ตามรอยคุณคนช่างเที่ยวไปเยือนขุนเขาแห่งศรัทธานี้กันเลย

“มุลาอิ” หรือ “มอละอิ” หรือ “เมาะเลาะอิ” หรือ Mulayit Taung ยอดเขาที่สูงที่สุดของเขตปกครองตนเองกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ในจังหวัดเมียวดี สหภาพเมียนมา ซึ่งห่างจากชายแดนไทย ฝั่ง อ.พบพระ จ.ตาก ประมาณ 40 กิโลเมตร

“มุลาอิ” เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขา Dawna Hills อันประกอบด้วยยอดเขาสูงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของนักเดินป่าไทย ได้แก่ มุลาอิ เมะลาอะ ดอยพะวี และดอยมะม่วงสามหมื่น โดยมุลาอิเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบรรดา 4 ยอดเขา มีความสูงประมาณ 2,070 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ขั้นตอนการเดินทางข้ามแดนไปยังมุลาอิ

ก่อนเดินทางประมาณ 1 สัปดาห์ ให้ติดต่อผู้ประสานงานการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมสองแผ่นดิน คือ “ลุงจ่า” โทร. 083-6281898, 087-4160792 เพื่อแจ้งวันเวลาที่จะเดินทางข้ามไปยังมุลาอิ จำนวนคน และลูกหาบ (หากต้องการ)

เดินทางมายังบ้านมอเกอไทย หมู่ที่ 1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นที่ทำการกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมสองแผ่นดิน เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถโฟร์วีลซึ่งทางกลุ่มจัดไว้ให้ คันหนึ่งนั่งได้ 10 คน แต่หากมาน้อยคนสามารถเหมาหรือแจมกับกลุ่มอื่น ๆ ได้ โดยรถโฟร์วีล 1 คัน ทางกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ จะจัดคนนำทางให้ไปด้วย 1 คน สำหรับคอยดูแลตลอดการเดินทางข้ามไป-กลับ ค่าใช้จ่ายรถโฟร์วีลไป-กลับและคนนำทาง คิดเป็นรายหัว คนละ 900 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามลุงจ่าก่อนเดินทาง) หากมารถโดยสารประจำทาง นั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ-แม่สอด รอบเย็นจะมาถึงแม่สอดเช้ามืด แล้วติดต่อรถของกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ ให้ไปรับ-ส่งได้

ต้องพกบัตรประชาชนตัวจริงติดตัวเสมอ เพราะระหว่างทางตั้งแต่เข้า จ.ตาก จนถึงด่านชายแดน จะมีด่าน ตชด. ขอดูบัตรตลอด และก่อนเดินทางข้ามแดนออกไป ทางกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ จะให้พวกเราเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ลงในสมุดเล่มหนึ่ง ซึ่งจะถูกนำไปให้ทางเจ้าหน้าที่ด่านชายแดนฝั่งไทยไว้เป็นข้อมูล เพื่อตรวจเช็กคนเข้า-ออก ว่าพอออกไปแล้วได้กลับเข้าไทยอย่างปลอดภัยหรือไม่

คนนำทางจะคอยดูแลและสื่อสารกับคนในพื้นที่ให้พวกเราตลอด ส่วนลูกหาบจะช่วยขนสัมภาระ กางเต็นท์ และช่วยทำอาหาร “เจ” ให้ด้วย แต่นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวและเสบียงอาหารมาเอง (ใครไม่มีเต็นท์ ลุงจ่ามีเต็นท์ให้เช่าด้วยนะ ลองสอบถามดู) ห้ามลืมว่ามุลาอิต้องกินอาหารเจและไม่ดื่มแอลกอฮอล์

บนมุลาอิไม่มีจุดให้อาบน้ำ แต่ที่ทำการกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ มีห้องอาบน้ำให้บริการ 3 ห้อง โดยก่อนขึ้นเขาและกลับลงมาจากเขา สามารถมาอาบน้ำที่นี่ได้ ฉะนั้นเสื้อผ้าหรือของใช้ที่ไม่จำเป็นสามารถแบ่งใส่ถุงแยกไว้บนรถส่วนตัวหรือฝากไว้ ณ ที่ทำการกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ ได้